หน้าหลัก » เกี่ยวกับเรา » ประวัติเวียงกาหลง
ประวัติเวียงกาหลง
ย้อนไปในอดีตนับพันปี “เวียงกาหลง” นครโบราณ ต้นตำรับอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาเวียงกาหลง มีชื่อเสียงมาเป็นเวลาเนิ่นนาน มีการทำเป็นล่ำเป็นสันกันมากมายมีนับเป็นพันเตากระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ในตำบลเวียงกาหลงจนถึงอำเภอวังเหนือ ด้วยวัตถุดิบคือดินคุณภาพดี ทำการเผาด้วยอุณหภูมิสูง(เซรามิค) รูปทรงการออกแบบที่ลงตัวแล้วใส่ความงามจากการเขียนลวดลายเลียนแบบธรรมชาติและมักเขียนลายแม่กาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ผลิตทำเป็นสินค้าสำคัญ ส่งขายทั้งทางบกทางน้ำกระจายไปทั่วเอเชียและบางส่วนของยุโรป ปัจจุบันมีจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

ที่สำคัญยิ่งเวียงกาหลง เป็นสถานในตำนานแห่งต้นธาตุต้นธรรมต้นพุทธศาสนาในภัทรกัปป์ มีในธรรมเทศน์โบราณ ธรรมพญากาเผือก(ท้าวฆติกามหาพรหม) การเกิดพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ หรือธรรมผางประติ๊ด บางส่วนมีในพระไตรปิฏก เกี่ยวโยงกับหลายตำนานหลายสถานที่



เริ่มต้นด้วยตำนานวัดพระเกิด ว่าเป็นสถานที่แม่กาขาว ออกไข่ ๕ ฟองในรังที่ต้นมะเดื่อ (ต้นเลียบ) ริมฝั่งแม่น้ำคงคา(แม่น้ำวัง) วันหนึ่งได้บินข้ามภูเขาออกมาหากินในป่าอันอุดม สมบูรณ์ แห่งหนึ่งจนหลง ดินแดนป่าแห่งนี้ปัจจุบันก็คือ “เวียงกาหลง” เชื่อมโยงเป็นต้นตำนานการสักการะบูชาด้วย ตุงชัย กล่าวว่าฤาษีพระโพธิสัตว์พี่น้องทั้ง ๕ ตนที่เกิดออกจากไข่แล้วลาแม่เลี้ยงออกบวชได้พบกันที่ดอยสิงกุตตระ จึงรวมนำเอาผ้ามัดทำตุงปักไว้แล้วตั้งสัจจะอธิษฐานจนได้พบพระมารดาแท้คือพญากาเผือก(ท้าวฆติกามหาพรหม) ได้ขอของที่ระลึก พระมารดาให้เอาฝ้ายฝั้นทำประทีปตีนกาเอาไว้จุดบูชาพระคุณแม่และได้เป็นต้นตำนานแห่งความกตัญญู ตำนานจุดผางประทีป (ประทีปตีนกา) บูชาท้าวฆติกามหาพรหม (พระแม่กาเผือก) หรือ ประเพณียี่เป็ง ของล้านนา หรือ ประเพณีลอยกระทงของชนชาวไทย ซึ่งมีมาตั้งแต่กรุงสุโขทัย หรือก่อนหน้านั้น

ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เล่าสืบกันมาว่าเกิดมีคำพยากรณ์เก่าแก่ตั้ง แต่สมัยอยุธยาหรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ได้พยากรณ์อนาคตเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดในแผ่นดินทั้ง ๙ รัชกาล เฉพาะในรัชสมัยปัจจุบัน ยุคกึ่งพุทธกาล ว่าจะเป็นยุคแห่งแผ่นดิน “ถิ่นกาขาว ชาวศรีวิไล” ผู้คนส่วนใหญ่จิตใจดีงาม บริสุทธิ์สะอาด ตั้งอยู่ในศีลธรรม จะสักการะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เทอดทูนบูชาพระมหากษัตริย์ อาณาประชาราษฏร์เชื่อฟัง ปฎิบัติตามพระธรรมราชา พอเพียง พัฒนา พึ่งพาตนเอง บ้านเมืองสงบร่มเย็นเป็นบูระณะกะตะ มีชีวิตอุดมสุข อุดมธรรม ยิ่งกว่ายุคใด

“เวียงกาหลง” ชื่อนี้จึงเหมือนเป็นมนต์ขลัง ประดุจว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนเมื่อได้ยินจะมีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนว่าเคยได้มาอยู่อาศัย เป็นคำที่คุ้นหูดังว่าเคยได้ยินอยู่เป็นประจำ ที่รู้สึกดังนี้อาจจะเป็นเพราะเคยได้อธิษฐานร่วมกันสร้างบุญบารมีตั้งแต่ต้นภัทรกัปป์ กับ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ลูกพระแม่กาเผือก(ท้าวฆติกามหาพรหม) หรือเคยร่วมแผ่นดินได้อยู่อาศัยภายใต้ร่มพระบารมีแห่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙


เรื่องราว “เวียงกาหลง” ส่วนหนึ่งที่สืบตำนานมาได้เพราะด้วยพระบุญญาบารมีคุณแห่ง พระครูบาเจ้าศรีวิชัย ผู้ได้สืบต่อและบูรณะก่อสร้างพุทธสถานอันเกี่ยวกับตำนานเหล่านี้ ไว้ เช่น วัดพระเกิดหรือวัดแม่กาเกิด ตั้งอยู่ที่ บ้านแม่เลียบ ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง อยู่ห่างจากเวียงกาหลงประมาณ ๙ กม. พระครูเจ้าบาศรีวิชัย ได้บูรณะพระมหาเจดีย์วัดพระเกิด สร้างพระเจดีย์องค์เล็กรายรอบอีก ๔ องค์ หล่อรูปแม่กาไว้บนยอดฉัตร พระธาตุทั้ง ๕ ยอด เป็นการยืนยัน ตำนานแห่งต้นพระพุทธศาสนา และได้ไปบูรณะ พระธาตุอักโขชัยคีรี อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง อยู่ห่างจากวัดพระเกิดประมาณ ๕๐ กม. ได้สร้างพระเจ้าตนหลวง (พระพุทธกกุสันโธ) พุทธรูปยืนองค์ใหญ่และวิหารหลวง (ในตำนานว่าเป็นสถานที่แม่พญากาเผือกสิ้นใจตายเพราะตามหาลูกไปตามแม่น้ำคงคาหรือแม่น้ำวังแล้วไม่พบจนหมดกำลัง) บูรณะ พระเจ้าตนหลวง และสร้างวิหารหลวง วัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยา (มีตำนานเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าโคดมบรมศาสดาของเรา สั่งให้พญานาคผู้รักษากว๊านพะเยา สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่คือ พระเจ้าตนหลวง เป็นองค์แทนของ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ (ลูกแม่กาเผือกองค์ปฐม สูง๔๐ศอก) และไปบูรณะ พระพุทธบาทสี่รอย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ แล้วสร้างพระวิหารครอบพระพุทธบาทอันเป็นรอยพุทธบาทของ พระพุทธเจ้ากกุสันโธ พระพุทธเจ้าโกนาคม พระพุทธเจ้ากัสสป พระพุทธเจ้าโคตม(พระบรมศาสดาของพวกเราองค์ปัจจุบัน) ในอนาคตพระศรีอาริย์ จะเสด็จมาประทับรอยเป็นองค์สุดท้าย(ตามตำนานพระพุทธบาทสี่รอย)